| 1. | ด้านการออมลักษณะการออมของการทำประกันภัยนั้นจะเป็นในลักษณะแบบกึ่งบังคับ โดยผู้เอาประกันภัยจะต้องมีหน้าที่ในการจ่ายเบี้ยประกัน อย่างสม่ำเสมอ และหากผู้เอาประกันภัยมีชีวิตอยู่จนครบตามที่กรมธรรม์กำหนดไว้ ก็จะได้เงินคืนตามเงื่อนไขของสัญญา ซึ่งสามารถ ใช้เป็นเครื่องมือออมเงินเพื่อไว้ใช้ยามชรา หรือออมไว้เพื่อเก็บเป็นทุนการศึกษาของบุตรหลาน ทั้งนี้การออมวิธีนี้ไม่สามารถถอนเงิน ในลักษณะของการฝากเงินได้ แต่สามารถเวนคืนกรมธรรม์ ซึ่งมูลค่าเวนคืนตามกรมธรรม์ที่ได้จะถูกหักค่าธรรมเนียมในการเวนคืน จำนวนหนึ่ง ทั้งนี้เพราะการทำประกันชีวิตมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการลงทุนระยะยาว |
| 2. | ด้านการสร้างความมั่นคงให้กับชีวิตของผู้เอาประกันภัยการประกันชีวิตสามารถช่วยสร้างความมั่นคงของรายได้ให้แก่ผู้เอาประกันภัยได้ ในกรณีการทำประกันคุ้มครองการเจ็บป่วย หรือการประกันอุบัติเหตุ ผู้เอาประกันภัยจะได้เงินทดแทนเพื่อใช้ในการเลี้ยงชีพในกรณีทุพพลภาพโดยสิ้นเชิงได้ |
| 3. | ด้านการให้ความคุ้มครองและบรรเทาความเดือนร้อนให้กับผู้ที่อยู่ในอุปการะคุณการทำประกันชีวิตจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเรื่องการเงิน รวมทั้งค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นของครอบครัว อันเนื่องมาจากการเสียชีวิตของบุคคลใดบุคคลหนึ่งในครอบครัว |
| 4. | ด้านการได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเนื่องจากรัฐบาลได้ให้การส่งเสริมธุรกิจประกันชีวิต ดังนั้น ผู้ที่ทำประกันชีวิตก็สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตไปใช้เป็นค่า ลดหย่อนใน การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามจำนวนที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 100,000 บาท สำหรับแบบทั่วไป และ 200,000 บาทสำหรับ แบบบำนาญ เพื่อเป็นแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาสนใจการทำประกันชีวิตเพิ่มขึ้นเพื่อความมั่นคงในชีวิต |
| 5. | ด้านอื่นๆการทำประกันชีวิตเปรียบเสมือนการเตรียมเงินไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน เมื่อกรมธรรม์ครบกำหนดระยะเวลาหนึ่ง ก็จะมีมูลค่าเงินสด หากผู้เอาประกันภัยมีความจำเป็นทางการเงินก็สามารถขอกู้เงินจำนวนหนึ่งตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทกำหนดไปใช้ในอัตราดอกเบี้ย ต่ำได้ |
ข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
5 ข้อดีของการทำประกันชีวิตที่น่าสนใจ
ข้อแรก : ประกันชีวิตจะช่วยสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่ครอบครัว ในกรณีที่หากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นกับผู้นำของครอบครัวโดยที่ยังไม่ได้มีการวางแผนทางการเงินที่ดีไว้ อาจจะทำให้ครอบครัวนั้นต้องประสบกับปัญหาอย่างรุนแรงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากยังมีภาระต้องผ่อนส่งค่าบ้าน ค่ารถ หรือค่าใช้จ่ายในการศึกษาของคุณลูก การวางแผนทำประกันชีวิตเอาไว้จะทำให้ครอบครัวนั้นมีหลักประกันที่มั่งคง โดยเงินผลประโยชน์จากการทำประกันชีวิตที่ทำไว้ จะสามารถช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงินของครอบครัวได้ หรือหากทำประกันชีวิตเพื่อการศึกษาของลูกไว้ ลูกก็จะมีเงินใช้จ่ายเพื่อการศึกษาได้ต่อไปตามแผนที่วางไว้นั่นเอง
ข้อสอง : ประกันชีวิตจะช่วยให้เกิดการออมทรัพย์อย่างมีวินัยและต่อเนื่อง เนื่องจากการประกันชีวิตโดยส่วนมากจะเป็นสัญญาระยะยาวที่ผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายเงินค่าเบี้ยประกันภัยเป็นประจำเป็นรายงวด ดังนั้นการทำประกันชีวิตจะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้เอาประกันภัยมีวินัยในการเก็บออม โดยแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาเก็บออมในรูปแบบของการชำระเบี้ยประกันภัยดังกล่าว ซึ่งจะช่วยในการวางแผนทางการเงินในระยะยาวของผู้เอาประกันภัยได้
ข้อสาม : ประกันชีวิตจะช่วยสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า โดยนอกจากการทำประกันชีวิตจะช่วยถ่ายโอนความเสี่ยงให้กับผู้เอาประกันภัยและครอบครัวแล้ว หลายๆ ผลิตภัณฑ์ของประกันชีวิตยังช่วยสร้างผลตอบแทนให้กับผู้เอาประกันภัยอีกด้วย ทั้งนี้ก็เพราะบริษัทประกันชีวิตจะนำเงินค่าเบี้ยประกันภัยของผู้เอาประกันภัยที่ชำระเข้ามาไปลงทุนต่อเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดี และนำมาจ่ายผลประโยชน์คืนให้กับผู้เอาประกันภัยในรูปแบบของเงินผลประโยชน์ต่างๆ ทั้งเงินคืนระหว่างสัญญาหรือเงินครบกำหนดสัญญา ซึ่งโดยทั่วไปก็จะได้รับผลตอบแทนที่มากกว่าการฝากเงินไว้ในบัญชีธนาคาร
ข้อสี่ : ประกันชีวิตจะช่วยสร้างสภาพคล่อง ข้อดีของการทำประกันชีวิตอีกประการหนึ่งคือการช่วยสร้างสภาพคล่องให้กับผู้เอาประกันภัยได้ โดยในกรณีที่ผู้เอาประกันภัยมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินในระหว่างที่กรมธรรม์ยังไม่ครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญานั้น ผู้เอาประกันภัยสามารถใช้สิทธิกู้ยืมเงินโดยใช้กรมธรรม์ประกันภัยเป็นประกันได้
ข้อห้า : ประกันชีวิตสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ โดยท่านผู้อ่านที่ได้ซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีระยะเวลาเอาประกันภัยตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ท่านสามารถนำไปหักเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ในกรณีประกันชีวิตทั่วไปได้สูงสุดถึง 100,000 บาท และกรณีกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญได้สูงสุดถึง 200,000 บาทอีกด้วย
4 ประโยชน์ของการทำประกันชีวิต
อย่างแรก – ประกันชีวิตจะช่วยสร้างหลักประกันและความมั่นคงให้แก่ผู้เอาประกันภัยและครอบครัว เช่น ในกรณีที่หัวหน้าครอบครัวทำประกันชีวิตไว้แล้วเกิดเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เงินประกันชีวิตที่ได้รับจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงินของครอบครัวได้ระยะหนึ่ง หรือหากทำประกันชีวิตเพื่อการศึกษาของลูกไว้ ลูกก็จะมีเงินใช้จ่ายเพื่อการศึกษาได้ต่อไป เป็นต้น ดังนั้นจึงไม่ทำให้คนรุ่นหลังต้องเดือดร้อนหากผู้นำครอบครัวจากไปก่อนวัยอันควร
อย่างที่สอง – ประกันชีวิตจะช่วยให้เกิดการออมทรัพย์อย่างมีวินัยและต่อเนื่อง เพราะการประกันชีวิตโดยส่วนมากจะเป็นสัญญาระยะยาวที่ผู้เอาประกันภัยต้องจ่ายเงินค่าเบี้ยประกันภัยเป็นประจำเป็นรายงวด ดังนั้นผู้เอาประกันภัยก็จะต้องมีการแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาเก็บออมในรูปแบบของการชำระเบี้ยประกันภัยดังกล่าว
อย่างที่สาม – ประกันชีวิตจะช่วยสร้างผลตอบแทนได้มากกว่า เพราะประกันชีวิตจะเป็นการนำเงินค่าเบี้ยประกันภัยของผู้เอาประกันภัยทั้งหมดไปลงทุนต่อ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่ดีและนำมาจ่ายผลประโยชน์คืนให้กับผู้เอาประกันภัย โดยการลงทุนก็จะต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์การลงทุนประกอบธุรกิจอื่นที่สำนักงาน คปภ. กำหนดไว้ ซึ่งโดยทั่วไปก็จะได้รับผลตอบแทนที่มากกว่าการฝากเงินไว้ในบัญชีธนาคาร
อย่างสุดท้าย – ประกันชีวิตสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ โดยท่านผู้อ่านที่ได้ซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีระยะเวลาเอาประกันภัยไม่ต่ำกว่า 10 ปี ท่านยังสามารถนำไปหักเป็นค่าลดหย่อนในการคำนวณภาษีเงินได้ในกรณีประกันชีวิตทั่วไปได้สูงสุดถึง 100,000 บาท, กรณีกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบบำนาญได้สูงสุดถึง 200,000 บาท, กรณีทำประกันสุขภาพให้คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถนำมาลดหย่อนได้อีก 15,000 บาท อีกด้วย
ข้อมูลจาก : alife
