การยกเว้นการจ่ายเงินเอาประกันชีวิต

ข้อจำกัดบางประการที่บริษัทประกันชีวิตยกเว้นการจ่ายเงินเอาประกัน จากสาเหตุการตายดังนี้

  1. ผู้รับประโยชน์ฆ่าผู้เอาประกันตาย
  2. ผู้เอาประกันฆ่าตัวตายภายใน 1 ปี นับจากวันทำสัญญาหรือวันต่ออายุสัญญาครั้งสุดท้าย
    ความตายที่เกิดจากสาเหตุข้างต้นดังกล่าว บริษัทประกันชีวิตจะไม่จ่ายจำนวนเงินเอาประกันชีวิตให้ แต่จะคืนเบี้ยประกันชีวิต
    ที่ได้ชำระมาแล้วทั้งหมดเท่านั้น

ข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

ข้อจำกัดบางประการที่บริษัทประกันชีวิตยกเว้นการจ่ายเงินเอาประกัน

กรมธรรม์ประกันชีวิตทั่วไป จะมีข้อจำกัดความรับผิดจากสาเหตุการตาย ต่อไปนี้

  1. ผู้รับประโยชน์ฆ่าผู้เอาประกันตาย โดยทั่วไปบริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัยให้กับทายาทผู้เอาประกัน เงื่อนไขนี้เพื่อป้องกันการฆ่าเพื่อหวังเอาเงินประกันภัย
  2. ผู้เอาประกันกระทำอัตวินิบาตกรรมภายใน 1 ปี หรือผู้เอาประกันฆ่าตัวตายด้วยใจสมัครภายใน 1 ปี บริษัทจะคืนเบี้ยประกันให้ทั้งนี้เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตายเพื่อหวังเงินประกัน
  3. ความตายที่เกิดจากสงคราม (ไม่ว่าจะประกาศหรือไม่ก็ตาม) เนื่องจากในระหว่างเกิดสงครามความเสี่ยงภัยของผู้เอาประกันมีสูงกว่าปกติ โอกาสที่จะตายย่อมมีสูง กรมธรรม์จึงไม่ให้ความคุ้มครอง
  4. ความตายที่เกิดจากภัยสงครามกลางเมือง การกบฎ การปฏิวัติหรือรัฐประหาร การจลาจลการนัดหยุดงาน
    สำหรับภัยจลาจล ถ้าผู้เอาประกันต้องการความคุ้มครองสามารถซื้อเพิ่มได้ด้วยการเสียเบี้ยประกันเพิ่มพิเศษ แต่ผู้เอาประกันต้องไม่มีส่วนร่วมในภัยจลาจลนั้น
  5. ความตายที่เกิดจากการเดินทางอากาศที่มิใช่เครื่องบินพาณิชย์

ความตายที่เกิดจากสาเหตุดังกล่าว บริษัทจะไม่จ่ายจำนวนเงินเอาประกันให้ แต่จะคืนเบี้ยประกันที่ได้ชำระมาแล้วทั้งหมด เว้นแต่ภัยบางข้อที่ผู้เอาประกันสามารถซื้อเพิ่มเติมได้

ข้อมูลจาก : thaiinsuranceetc

5 ข้อยกเว้นการจ่ายเงินเอาประกันชีวิต

หลักของการประกันชีวิตแล้วคือสัญญาที่บริษัทผู้รับประกันตกลงว่าจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์ตามจำนวนเงินเอาประกันเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิต โดยมีวัตถุประสงค์หลักที่สำคัญนั่นคือ เพื่อหลักประกันทางการเงินของครอบครัวที่หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันและหัวหน้าครอบครัวเสียชีวิต ครอบครัวก็จะได้รับเงินชดเชยจากการประกันชีวิตนั้นเพื่อเป็นเงินทุนในการดำรงชีพต่อไป

และเมื่อมีการทำประกันชีวิตไปแล้วเกิดเหตุการณ์ผู้เอาประกันเสียชีวิต ก็ย่อมต้องเกิดความคาดหวังจากผู้รับประโยชน์รวมถึงญาติพี่น้องว่าจะได้รับเงินเอาประกันภัยจากการสูญเสียชีวิตของผู้เอาประกันชีวิต ตามเงื่อนไขที่เข้าใจกันว่าเมื่อผู้เอาประกันชีวิตถึงแก่ความตายแล้วบริษัทต้องจ่ายเงินให้ตามสัญญา ซึ่งหากพิจารณาเพียงผิวเผินก็ถูกต้องว่าบริษัทผู้รับประกันมีหน้าที่ต้องจ่ายตามสัญญา แต่ในการจ่ายเงินมันมีรายละเอียดอยู่ครับว่าต้องชอบด้วยกฎหมาย และการประกันชีวิตเองก็มีกฎหมายเฉพาะที่มาควบคุมบริษัทประกันชีวิตและประกันวินาศภัยให้มีการดำเนินงานต่างๆ อย่างถูกต้อง และมีธรรมาภิบาล จึงจำเป็นต้องมีการตรวจสอบการตายตามกระบวนการทางกฎหมายว่าเกิดจากสาเหตุใดกันแน่ และเข้าเกณฑ์เงื่อนไขที่บริษัทได้ให้สัญญาไว้ตามที่ระบุในกรมธรรม์หรือไม่

อย่างไรก็ตามมีเงื่อนไขทั่วไปที่เป็นข้อยกเว้นการจ่ายเงินสินไหมทดแทนสำหรับการประกันชีวิตที่เป็นกรอบปฏิบัติตามมาตรฐานสากล และมีระบุไว้แล้วในสัญญาหรือกรมธรรม์ประกันชีวิตไว้แล้ว ข้อยกเว้นการจ่ายเงินเอาประกันชีวิตมีดังต่อไปนี้

  • ผู้เอาประกันขาดการชำระเบี้ยประกัน เกินกำหนดระยะเวลาผ่อนผัน 31 วัน -ประเด็นนี้คือสัญญาประกันชีวิตได้สิ้นอายุและขาดผลบังคับแล้ว
  • แถลงข้อมูลเป็นเท็จ หรือ ปกปิดข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญ -ประเด็นนี้สัญญาหรือกรมธรรม์ประกันชีวิตนั้นตกเป็นโมฆียกรรมแล้วตั้งแต่ต้น
  • ผู้เอาประกันฆ่าตัวตายภายใน 1 ปี -ประเด็นนี้คือเจตนาของผู้เอาประกันชีวิตไม่ชอบด้วยกฎหมาย
  • ผู้รับผลประโยชน์ฆ่าผู้เอาประกัน -ประเด็นนี้คือเจตนาของผู้รับประโยชน์ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
  • ผู้เอาประกันเป็นบุคคลล้มละลาย -ประเด็นนี้ตามกฎหมายถือว่าประกันชีวิตเป็นสินทรัพย์ของผู้เอาประกันต้องถูกพิทักษ์ทรัพย์เมื่อตกเป็นบุคคลล้มละลายด้วย

ข้อมูลจาก : leverloan

ข้อยกเว้นการจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัย

1.ผู้เอาประกันไม่ชำระเบี้ยประกันชีวิตภายในระยะเวลาผ่อนผัน 31 วัน : กรมธรรม์จะขาดอายุ หมดความคุ้มครอง

2.แถลงข้อความอันเป็นเท็จ : ข้อแถลงของผู้เอาประกันในใบคำขอเอาประกันชีวิต , ใบแถลงสุขภาพ ซึ่งรู้อยู่แล้วและแถลงข้อความอันเป็นเท็จ ตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไป นับตั้งแต่วันทำสัญญาประกันภัย หรือ วันต่ออายุกรมธรรม์ครั้งสุดท้าย

3.ผู้เอาประกันฆ่าตัวตายภายใน 1 ปี นับตั้งแต่วันทำสัญญาประกันภัย หรือ วันต่ออายุกรมธรรม์ครั้งสุดท้าย : บริษัทจะคืนเบี้ยประกันชีวิต หรือ เบี้ยการต่ออายุสัญญาประกันภัย (กรณีไม่ชำระเบี้ยประกันชีวิตภายในระยะเวลาผ่อนผัน 31 วัน) ครั้งสุดท้ายแล้วแต่กรณี

4.ผู้เอาประกัน ถูก ผู้รับประโยชน์ฆ่าตายโดยเจตนา : บริษัทจะคืนเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ให้แก่ทายาทของผู้เอาประกัน หากกรมธรรม์ยังไม่มีมูลค่าเงินค่าเวนคืนกรมธรรม์ บริษัทจะคืนเบี้ยประกันที่ได้ชำระมาแล้วให้แก่ทายาทของผู้เอาประกัน ในกรณีที่มีผู้รับประโยชน์มากกว่าหนึ่งคน หากผู้รับประโยชน์คนใดไม่มีส่วนร่วมในการฆ่า บริษัทจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันให้แก่ผู้รับประโยชนที่ไม่มีส่วนร่วมในการฆ่าตามส่วน เมื่อหักส่วนของผู้ที่ฆ่าผู้เอาประกันซึ่งไม่มีสิทธิได้รับออก โดยบริษัทจะไม่คืนเบี้ยประกันส่วนนี้ทั้งหมดด้วย

บทสรุป
ด้วยเงื่อนไขง่ายๆ แค่ 4 ข้อ คุณจึงมั่นใจได้ว่า การทำประกันชีวิตจึงเป็นการย้ายความเสี่ยงทางการเงินที่อาจเกิดขึ้นภายในอนาคตของคุณได้ มั่นใจ 100% ได้ว่าประกันชีวิตจะคุ้มครองคุณ และครอบครัวที่คุณรัก

ข้อมูลจาก : รุ่งเรือง ตัวแทนประกันชีวิต