| 1. | ประเภทสามัญ เป็นการประกันชีวิตที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยค่อนข้างสูง ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ปานกลางขึ้นไป ในการพิจารณารับประกันชีวิตอาจจะมีการตรวจสุขภาพหรือไม่ตรวจสุขภาพ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัท และมีการชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายปี, ราย 6 เดือน, ราย 3 เดือน หรือรายเดือน |
| 2. | ประเภทอุตสาหกรรม เป็นการประกันชีวิตที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัยต่ำ โดยทั่วไปตั้งแต่ 10,000 – 30,000 บาท เหมาะสำหรับผู้ที่มีรายได้ปานกลางถึงรายได้ต่ำ การชำระเบี้ยประกันภัยจะชำระเป็นรายเดือน และไม่มีการตรวจสุขภาพ ฉะนั้นจึงมีระยะเวลารอคอย คือ ถ้าผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บตามธรรมชาติ บริษัทจะไม่จ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้ แต่จะคืนเบี้ยประกันภัยที่ผู้เอาประกันภัยได้ชำระมาแล้วทั้งหมด |
| 3. | ประเภทกลุ่ม เป็นการประกันชีวิตที่กรมธรรม์หนึ่งจะมีผู้เอาประกันชีวิตร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ส่วนมากจะเป็นกลุ่มของพนักงานบริษัท ในการพิจารณารับประกันอาจจะมีการตรวจสุขภาพหรือไม่ตรวจก็ได้ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัท การประกันชีวิตกลุ่มนี้อัตราเบี้ยประกันชีวิตจะต่ำกว่าประเภทสามัญและประเภท อุตสาหกรรม |
ข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)
ประเภทการประกันชีวิตมีอะไรบ้าง?
กรมธรรม์ประกันชีวิตสามารถแบ่งประเภทออกเป็น กรมธรรม์ประกันชีวิตประเภทมีเงินปันผล และไม่มีเงินปันผล กรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีผลประโยชน์เหล่านี้จะแบ่งผลกำไรที่เกิดขึ้นโดยผู้รับประกันชีวิต ซึ่งกรมธรรม์ประกันชีวิตที่ไม่มีผลประโยชน์จะไม่ได้รับเงินปันผล ดังนั้น แผนกรมธรรม์แบบไม่มีเงินปันผลจะมีค่าเบี้ยประกันภัยถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับแบบมีเงินปันผล
ประเภทของกรมธรรม์ประกันชีวิต:
ก) ตลอดชีพ จ่ายทุนประกันภัยเป็นเงินก้อนเฉพาะกรณีผู้เอาประกันภัยเสียชีวิต ภายใต้แผนนี้ อาจจะต้องจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยตลอดชีวิตหรือตามช่วงเวลาที่กำหนดหรือจนถึงอายุตามที่ตกลงไว้เท่านั้น เนื่องจาก โดยปกติรายได้ของบุคคลหลังเกษียณอายุจะน้อยกว่าในช่วงที่สามารถทำงานได้ ดังนั้น จึงควรทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพ โดยชำระเบี้ยประกัน “แบบกำหนดระยะเวลา” กรมธรรม์ประกันประเภทนี้เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้เอาประกันที่ความกังวัลส่วนใหญ่เกี่ยวกับครอบครัวในกรณีที่เขาเสียชีวิต เพราะให้ความคุ้มครองสูงโดยจ่ายเบี้ยประกันภัยต่ำ ค่าเบี้ยประกันภัยจะถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับแบบประกันภัยสะสมทรัพย์
ข) แบบประกันภัยสะสมทรัพย์จะรวมการออมเงินและความคุ้มครองเข้าไว้ด้วยกันตามระยะเวลาของกรมธรรม์ประกัน กรมธรรม์ประเภทนี้มีหลากหลายระยะเวลาชำระเบี้ย ตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปจนถึงครบอายุที่กำหนด เงินรวมของการประกัน เงินรวมผู้เอาประกันพร้อมโบนัสต่างๆ ที่เกิดขึ้น (ถ้ามี) จะจ่ายเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตภายในช่วงระยะเวลาของกรมธรรม์ประกัน ผู้ถือกรมธรรม์จะต้องยังคงอยู่ตลอดระยะเวลาของกรมธรรม์ เขา/เธอจะได้รับเงินเอาประกันทั้งหมดพร้อมโบนัสมาเกิดขึ้น (ถ้ามี) ค่าเบี้ยประกันภัยจะจ่ายตามระยะเวลาของกรมธรรม์
มีแบบประกันภัยอื่นๆ ที่มีระยะเวลาการชำระเบี้ยประกันภัยตามที่กำหนด ซึ่งผู้ถือกรมธรรม์อาจจะเลือกระยะเวลาการชำระเบี้ยประกันภัยที่เขา/เธอสามารถจ่ายได้ ระยะเวลาการจ่ายค่าเบี้ยประกันภัยสั้นกว่า จะได้รับส่วนลดมากกว่า
นี่คือแบบประกันภัยสะสมทรัพย์ซึ่งการชำระเงินครบกำหนดสัญญาบางส่วนซึ่งจะจ่ายแบบผ่อนตลอดระยะเวลา นี่คือประเภทกรมธรรม์แบบสะสมทรัพย์ซึ่งเรียกว่าแบบประกันภัยสะสมทรัพย์ที่คาดการณ์ไว้
ค) แบบประกันภัยชั่วระยะเวลา – คือการประกันภัยตามระยะเวลาที่กำหนด และจำนวนเงินเอาประกันภัยจะจ่ายเมื่อผู้เอาประกันเสียชีวิตในช่วงเวลานั้น ผู้เอาประกันภัยจะต้องชำระเบี้ยประกันภัยอย่างต่อเนื่องจนครบสัญญา แต่จะไม่มีเงินคืนเมื่อครบสัญญา แบบประกันภัยประเภทนี้จะให้ความคุ้มครองสูงสุดในเบี้ยประกันภัยต่ำสุดซึ่งจะเหมาะสำหรับการคุ้มครองเงินกู้สำหรับเจ้าหนี้
ง) ผลประโยชน์ของสัญญาเพิ่มเติม – คือผลประโยชน์เพิ่มเติมซึ่งไม่รวมอยู่ในแบบประกันภัยหลัก รวมถึงผลประโยชน์สำหรับการประกันอุบัติเหตุ, ค่ารักษาพยาบาล, ค่าใช้จ่ายในการรักษา, การเสียชีวิตหรือทุพพลภาพอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุและคุ้มครองรายได้, โรคร้ายแรง และอื่นๆ เป็นต้น
ข้อมูลจาก : tokiomarine
