การประกันรถยนต์คืออะไร

การประกันภัยรถยนต์ คือการประกันความสูญเสียหรือเสียหายที่เกิดกับรถยนต์ รวมถึงความสูญเสียหรือเสียหายที่รถยนต์ก่อให้เกิดขึ้นแก่ชีวิตร่างกาย และ ทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ตลอดจนบุคคลที่โดยสารอยู่ในรถยนต์นั้นด้วย โดยบริษัทประกันจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยเมื่อเกิดความ เสียหายขึ้นตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

ข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)

การประกันภัยรถยนต์คืออะไร?
คือ การประกันความเสียหายอันเกิดจากการใช้รถยนต์ โดยการประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2536 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อคุ้มครองผู้ได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้ประสบภัยเนื่องจากรถที่ใช้หรืออยู่ในทาง หรือเนื่องจากสิ่งที่บรรทุกหรือติดตั้งในรถคันนั้น นอกจากนี้ ยังมีการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่ผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองได้หลายรูปแบบตามความต้องการ

การประกันภัยรถยนต์ เหมาะกับใคร?
เจ้าของรถ หรือผู้เช่าซื้อรถ หรือผู้ใช้รถ

การประกันภัยรถยนต์ มีกี่ประเภท? แตกต่างกันอย่างไร?
มี 2 ประเภท คือ
Image
การประกันภัยรถยนต์
ภาคบังคับ

Image
การประกันภัยรถยนต์
ภาคสมัครใจ

1 การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ
หมายถึง การที่เจ้าของรถแต่ละคันต้องจัดให้มีประกันภัยตามความคุ้มครองที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ได้แก่ การประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า “การประกันภัย พ.ร.บ.” เป็นการประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ที่กำหนดให้เจ้าของรถซึ่งใช้รถหรือมีรถไว้เพื่อใช้ต้องจัดให้มีการประกันภัย พ.ร.บ. (เว้นแต่ รถที่ พ.ร.บ.ฯ ระบุยกเว้นไว้ เช่น รถของสำนักพระราชวัง รถสำหรับเฉพาะองค์พระมหากษัตริย์ รถของกระทรวง ทบวง กรม เป็นต้น) มิเช่นนั้นจะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท

2 การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
หมายถึง การที่เจ้าของรถแต่ละคันตัดสินใจทำประกันภัยรถยนต์ของตนด้วยความสมัครใจ เพื่อคุ้มครองความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตัวรถ และ/หรือความรับผิดตามกฎหมายของผู้เอาประกันภัยที่มีต่อบุคคลภายนอก

ความคุ้มครองเบื้องต้น ครอบคลุมอะไรบ้าง?
การประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ
มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันให้แก่ผู้ประสบภัยจากรถว่าหากได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกายหรืออนามัย จากรถที่ใช้หรืออยู่ในทางหรือสิ่งที่บรรทุกติดตั้งมากับรถนั้นก็จะได้รับการชดใช้และเยียวยาในความคุ้มครองภายใต้การประกันภัย พ.ร.บ. นี้ให้ความคุ้มครองเฉพาะชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของผู้ประสบภัย และได้แบ่งการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็น 2 ส่วน คือ

  1. ค่าเสียหายเบื้องต้น
    บริษัทประกันวินาศภัยจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นโดยไม่ต้องรอการพิสูจน์ความรับผิดให้แก่ผู้ประสบภัยที่ได้รับความเสียหายต่อ ชีวิตร่างกาย ให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน นับแต่วันที่บริษัทได้รับการร้องขอ โดยจ่ายเป็นค่าเสียหายเบื้องต้นดังต่อไปนี้

ก. ค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้ประสบภัยตามจำนวนที่จ่ายไปจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาทต่อหนึ่งคน
ข. ค่าทดแทนกรณีผู้ประสบภัยสูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นจำนวน 35,000 บาทต่อหนึ่งคน
ค. กรณีผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายต่อชีวิต บริษัทจะจ่ายค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการจัดการศพของผู้ประสบภัยตามจำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้น 35,000 บาทต่อหนึ่งคน
ง. จำนวนตามข้อ ก. และ ข. รวมกัน สำหรับผู้ประสบภัยที่สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร หรือเสียชีวิตหลังจากที่มีการรักษาพยาบาล
จ. จำนวนตาม ก. และ ข. รวมกัน หรือจำนวน ก. และ ค. รวมกัน แต่หากผู้ประสบภัยได้รับความเสียหายตามข้อ ก. ข. และ ค. หรือได้รับความเสียหายตามข้อ ข. และ ค. ให้ได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นรวมกันไม่เกินจำนวน 65,000 บาท
ฉ. กรณีรถตั้งแต่สองคันขึ้นไป ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ประสบภัย บริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นตาม ก. ข. ค. หรือ ง. แล้วแต่กรณีให้แก่ผู้ประสบภัยซึ่งอยู่ในรถที่เอาประกันภัยไว้กับบริษัท แต่ถ้าผู้ประสบภัยมิใช่เป็นผู้ซึ่งอยู่ในรถที่ก่อให้เกิดความเสียหายดังกล่าวข้างต้นบริษัทจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยในอัตราส่วนที่เท่ากัน

  1. ค่าสินไหมทดแทน
    ในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามข้อนี้ต้องรอพิสูจน์ความรับผิดก่อน ฝ่ายใดที่เป็นฝ่ายผิดจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ดังนี้

ก. ค่าใช้จ่ายอันจำเป็นเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล ค่าอนามัยของผู้ประสบภัย ตามจำนวนที่จ่ายไปจริง แต่ไม่เกิน 80,000 บาทต่อหนึ่งคน
ข. ค่าทดแทนการสูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร ค่าปลงศพให้แก่ผู้ประสบภัยเต็มตามจำนวนเงินคุ้มครองสูงสุด 300,000 บาทต่อหนึ่งคน
ค. ค่าชดเชยรายวันกรณีเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลในฐานะคนไข้ในวันละ 200 บาท ไม่เกิน 20 วันต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง
ง. จำนวนตามข้อ ก. ถึงข้อ ค. รวมกัน สำหรับผู้ประสบภัยที่สูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร หรือเสียชีวิตหลังจากที่มีการรักษาพยาบาลรวมกันสูงสุด 304,000 บาทต่อหนึ่งคน และรวมกันไม่เกิน 5,000,000 บาทต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง สำหรับรถที่มีที่นั่งไม่เกิน 7 คนหรือไม่เกิน 10,000,000 บาทต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้ง สำหรับรถที่มีที่นั่งเกิน 7 คน

การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
แบ่งความคุ้มครองเป็น 5 ประเภทดังนี้
Image
การประกันภัยรถยนต์ประเภท 1
ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมและสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเภทอื่น ๆ โดยให้ความคุ้มครอง 3 หมวดหลัก ดังนี้

หมวดการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
• ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก เฉพาะส่วนที่เกินวงเงินสูงสุดตามการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ทั้งนี้ ไม่รวมถึงผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายจะต้องรับผิดตามกฎหมาย ตลอดจนลูกจ้างในทางการที่จ้าง บิดา มารดา คู่สมรส และบุตรของ ผู้ขับขี่นั้นหรือเป็นผู้เก็บรักษา ควบคุม ครอบครอง
• ความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก ทั้งนี้ ไม่รวมถึงที่ผู้เอาประกันภัย ผู้ขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัยในขณะเกิดอุบัติเหตุ คู่สมรส บิดา มารดา บุตรของผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่นั้นเป็นเจ้าของ หรือเป็นผู้เก็บรักษา ควบคุม ครอบครอง
หมวดการคุ้มครองรถยนต์สูญหายไฟไหม้
ไม่ว่าจะเสียหายทั้งคันหรือบางส่วน เช่น กระจกมองข้างรถถูกขโมย สะเก็ดไฟมาโดนรถไฟไหม้ทั้งคัน เป็นต้น
หมวดการคุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์ที่เอาประกันภัยอันเกิดจากอุบัติเหตุ
เช่น กันชนหน้ารถแตกหักจากการขับรถชนต้นไม้ ประตูรถได้รับความเสียหายจากการถูกเฉี่ยวชนกิ่งไม้หล่นใส่หลังคารถ เป็นต้น
Image
การประกันภัยรถยนต์ประเภท 2
ให้ความคุ้มครองรองลงมาจากประเภท 1 โดยมีความคุ้มครองเพียง 2 หมวดหลัก ดังนี้

หมวดการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
• ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก เฉพาะส่วนที่เกินวงเงินสูงสุดตามการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) ทั้งนี้ ไม่รวมถึงผู้ขับขี่ที่เป็นฝ่ายจะต้องรับผิดตามกฎหมาย ตลอดจนลูกจ้างในทางการที่จ้าง บิดา มารดา คู่สมรส และบุตรของผู้ขับขี่นั้น
• ความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก ทั้งนี้ ไม่รวมถึงที่ผู้เอาประกันภัย ผู้ขับขี่รถยนต์คันเอาประกันภัยในขณะเกิดอุบัติเหตุ คู่สมรส บิดามารดา บุตร ของผู้เอาประกันภัยหรือผู้ขับขี่นั้นเป็นเจ้าของ หรือเป็นผู้เก็บรักษา ควบคุม ครอบครอง
หมวดการคุ้มครองรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้
Image
การประกันภัยรถยนต์ประเภท 3
ให้ความคุ้มครองเฉพาะหมวดการคุ้มครองความรับผิดต่อบุคคลภายนอกเพียงอย่างเดียว ซึ่งประกอบด้วย ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก เฉพาะส่วนที่เกินวงเงินสูงสุดตามการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) และความเสียหายต่อทรัพย์สินบุคคลภายนอก

Image
การประกันภัยรถยนต์ประเภท 4
ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ความคุ้มครองต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกซึ่งไม่ได้รับความคุ้มครองในการประกันภัย พ.ร.บ. แต่จำนวนเงินจำกัดความรับผิดตามกฎหมายสำหรับความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ในการประกันภัยประเภทนี้จำกัดจำนวนเงินไว้ไม่เกิน 100,000 บาท ต่ออุบัติเหตุแต่ละครั้งเท่านั้น

Image
การประกันภัยรถยนต์ประเภท 5
การประกันภัยรถยนต์แบบคุ้มครองเฉพาะภัย หรือที่เรียกกันว่าการประกันภัยรถยนต์ประเภท 5 ซึ่งเปิดความคุ้มครองให้แต่ละบริษัทประกันวินาศภัยสามารถเลือกขยายความคุ้มครองได้โดยกำหนดบังคับให้ทุกกรมธรรม์ประกันภัยต้องมีความคุ้มครองความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอกเป็นความคุ้มครองขั้นต่ำในปัจจุบันมีแบบประกันภัยที่เป็นที่นิยม 2 แบบ คือ
ก. แบบที่ขยายความคุ้มครองเพิ่มขี้นจากการประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า 2+ ให้ความคุ้มครองคล้ายคลึงประเภท 2 และเพิ่มความเสียหายต่อตัวรถยนต์ในจำนวนเงินที่จำกัดอันเนื่องมาจากการชนกับยานพาหนะทางบกและต้องมีคู่กรณีเท่านั้น และ
ข. แบบที่ขยายความคุ้มครองเพิ่มขี้นจากการประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 ซึ่งเรียกกันทั่วไปว่า 3+ ให้ความคุ้มครองคล้ายคลึงประเภท 3 และเพิ่มความเสียหายต่อตัวรถยนต์ในจำนวนเงินที่จำกัดอันเนื่องมาจากการชนกับยานพาหนะทางบกและต้องมีคู่กรณีเท่านั้น
นอกเหนือจากความคุ้มครองหลักในการประกันภัยทั้ง 5 ประเภทข้างต้นแล้ว ผู้เอาประกันภัยยังสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมตามเอกสารแนบท้ายได้อีก 3 แบบ คือ

การประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล-ร.ย.01 ให้ความคุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะทุพพลภาพถาวร ทุพพลภาพชั่วคราวของผู้ขับขี่และผู้โดยสารซึ่งอยู่ในหรือกำลังขับขี่ หรือกำลังขึ้น หรือกำลังลงจากรถยนต์คันเอาประกันภัย ซึ่งเป็นผลมาจากอุบัติเหตุ
ค่ารักษาพยาบาล-ร.ย.02 ให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลของผู้ขับขี่และผู้โดยสารซึ่งอยู่ในหรือกำลังขับขี่ หรือกำลังขึ้น หรือกำลังลงจากรถยนต์คันเอาประกันภัย ซึ่งเป็นผลมาจากอุบัติเหตุ
การประกันตัวผู้ขับขี่-ร.ย.03 ให้ความคุ้มครองผู้เอาประกันภัย หรือบุคคลใดซึ่งขับขี่รถยนต์โดยความยินยอมของผู้เอาประกันภัยกรณีที่เกิดอุบัติเหตุจนเป็นเหตุให้บุคคลดังกล่าวถูกควบคุมตัวในคดีอาญา ซึ่งบริษัทประกันภัยจะดำเนินการโดยไม่ชักช้าตามจำนวนเงินที่พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการหรือศาลกำหนดจนกว่าคดีจะถึงที่สุด
ตารางสรุปความคุ้มครองกรมธรรม์ประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ
ประเภท/
ความคุ้มครอง หมวด 1
ความเสียหาย
ต่อรถยนต์ หมวด 2
รถยนต์สูญหาย
และไฟไหม้ หมวด 3 ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
ความเสียหายต่อ
ทรัพย์สินบุคคลภายนอก ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย
หรืออนามัยของบุคคลภายนอก
ประเภท 1
ประเภท 2
ประเภท 3
ประเภท 4

ประเภท 2+ เฉพาะรถชนรถ
ประเภท 3+ เฉพาะรถชนรถ
Image
อัตราเบี้ยประกันภัย ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง?
อัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ) แบ่งตามประเภทของรถ
อัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้
• เบี้ยประกันภัยพื้นฐานตามประเภทรถ• กลุ่มรถยนต์• ลักษณะการใช้รถ• อายุรถยนต์• ขนาดรถยนต์• จำนวนเงินเอาประกันภัย• อายุผู้ขับขี่• อุปกรณ์เพิ่มพิเศษ

ข้อมูลจาก : tgia

ประกันภัยรถยนต์คืออะไร? กันแน่

ทุกวันนี้การเป็นเจ้าของรถยนต์ทำได้ง่ายมากกว่าเดิมเนื่องจากการแข่งขันกันทางธุรกิจ ทำให้มีรถรถออกมาใหม่ๆ บนท้องเพิ่มมากขึ้นในขณะที่เจ้าของรถมือใหม่หลายท่าน อาจจะยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับ” ประกันภัยรถยนต์ ” ประเภทต่างๆ ดีนัก ส่วนผู้ที่เคยมีรถมาแล้ว บางท่านก็อาจจะยังมองไม่เห็นถึงความสำคัญของการทำประกันภัย

ดังนั้นเราจะมาทำความรู้จักกับประกันภัยรถยนต์ว่าคืออะไร

ประกันภัยรถยนต์ จะถูกแบบออกเป็น 2 ประเภท คือ ภาคบังคับ หรือที่เรียกว่า พรบ. และ ภาคสมัครใจ หลายท่านอาจไม่คุ้นกับคำว่า ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ

ซึ่งเป็นการทำประกันภัยที่ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้เป็นเจ้าของรถเองที่จะทำหรือไม่ทำก็ได้ โดยจะมีให้เลือกหลายประเภท คือ ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 , ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 , ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ , ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 , ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3+ มาถึงตรงนี้ หลายคนคงเริ่มจะเริ่มรู้จักประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจกันบ้างแล้ว

โดย ประกันภัยรถยนต์ ภาคสมัครใจ จะให้ความคุ้มครองที่มากกว่า ประกันภัยภาคบังคับ(พรบ.) เนื่องจาก ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับจะให้ความคุ้มครองเฉพาะตัวบุคคลในกรณีบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตจากรถ หาก ประกันภัยรถยนต์ ภาคสมัครใจ จะให้ความคุ้มครองทั้งตัวบุคคลภายใน และภายนอกรถ รวมถึงทรัพย์สินของบุคคลภายนอก และรถของผู้เอาประกันภัย เพียงแต่ประกันภัยภาคสมัครใจจะให้ความคุ้มครองตัวรถของผู้เอาประกันภัยแตกต่างกันไปในแต่ละประเภท อีกทั้งยังให้ความคุ้มครองประกันตัวผู้ขับขี่อีกด้วย
อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว

ว่าประกันภัยภาคสมัครใจนั้น ไม่ถูกบังคับตามกฎหมาย ผู้เป็นเจ้าของรถสามารถเลือกที่จะทำหรือไม่ทำก็ได้ เนื่องจากมีราคาเบี้ยสูงกว่า ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ในขณะเดียวกัน ประกันรถยนต์ ภาคสมัครใจก็ให้ความคุ้มครองที่มากกว่า และมีความหลากหลายมากกว่า ทำให้มีส่วนช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุให้มากกว่าเช่นเดียวกัน

ข้อมูลจาก : easyinsure